โรคตับคืออะไร

คงจะเดาได้ว่าโรคเหล่านี้คงจะไม่มีใครอยากจะเป็นอย่างแน่นอนไม่ใช่แค่โรคตับนะคะ แต่รวมไปถึงโรคอื่นๆด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้น เพราะมันทำให้เราทั้งเจ็บตัว ทั้งทำให้เราเสียเวลา เสียเงิน เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องหมั่นดูแลสุขภาพของเราให้ดีอยู่ตลอดเพื่อที่จะไม่เกิดโรค ซึ่งปัจจัยในการเกิดโรคเหล่านี้ ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน

โดยฉะเพราะคนที่ไม่รักษาสุขภาพของตนเอง คือคนที่กินอาหารทุกอย่างโดยไม่คำนึงคุณประโยชน์ เช่น อาหารที่มีแป้งเยอะ อาหารที่มีไขมันเยอะ อาหารที่มีน้ำตาลเยอะ เพราะอะไรเหล่านี้จะทำให้ตับทำงานหนัก หรืออีกคนจำพวกหนึ่งที่ชอบดูดบุหรี่ ดื่มสุรา นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุเช่นกันที่ทำให้ตับทำงานหนัก จนตับอักเสบ ซึ่งมันเป็นที่มาของโรคตับนั้นเอง

  และถ้าหากเป็นโรคตับแล้วจะทำให้เราจำเป็นที่ต้องรักษา ซึ่งในการรักษาโรคตับนั้น ต้องใช้จำนวนเงินที่เยอะมากพอสมควร และจะต้องใช้ความอดทนในการรักษาด้วย ซึ่งถ้าหากเป็นในระยะแรกก็อาจจะรักษาหายได้ แต่ถ้าหากเป็นในระยะที่ตับเกิดการชำรุดมากๆ ก็อาจจะทำให้รักษาไม่หาย หรือรักษาไม่ได้เลย ซึ่งตับนั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญมากๆต่อการใช้ชีวิต เพราะว่าตับนั้นทำหน้าที่เหมือนเครื่องกรองของเสียหรืออาจจะมองว่าเป็นโรงงานกรองของเสียเลยก็ว่าได้ เพราะตับทำหน้าที่ค่อยกรองสิ่งต่างๆในร่างกาย เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ของเรามากที่สุด 

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าตับของเรานั้นเป็นสิ่งที่คู่ควรแก่การรักษาดูแลเป็นอย่างมาก เพราะถ้าไม่ดูแลมันก็จะทำให้ตับพัง ซึ่งถ้าหากมันพังมันก็จะซ้อมยาก และการดูแลรักษาตับของเรา ก็คือ การกินวิตามิน การออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร และควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อที่จะให้ตับของเราอยู่กับเราไปนานๆโดยไม่ชำรุด

ซึ่งวิธีที่บอกไปมันอาจจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน แต่มันก็เป็นเรื่องที่คุ้มค่าแก่การลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากเราป่วย มันจะส่งผลมากมายต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราและรวมไปถึงคนรอบข้างของเราก็จะเดือดร้อนไปด้วย เพราะเขาจะต้องมาดูแล ซึ่งถ้าหากใครที่ไม่มีครอบครัว ก็จะต้องลำบากไปอีกเพราะว่าการพาตัวเองไปรักษาตัวนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำลังใจในการรักษาหรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินที่จะต้องใช้ในการรักษาเพราะไม่ว่าอย่างไหนก็สำคัญทุกอย่างนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยลาว4ตัวเล่นยังไง

อาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้

ในอาหารบางชนิดที่เรารับประทานกันอยู่ในทุกวันนั้น อาจมีสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ โดยอาจมีอาการได้ในหลายลักษณะ อาทิ เช่น ผื่นแพ้ อาการจามไม่หยุด อาการหายใจติดขัด แน่นหน้าอก ฯลฯ เป็นต้น หากเรารู้สาเหตุของอาการแพ้ว่ามาจากอาหารชนิดใดก็ควรหยุดการรับประทานทันทีเพื่อไม่ให้เกิดอาการแพ้ขึ้น เพราะหากฝืนรับประทานต่อไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และอาจรุนแรงจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

  1. นมวัว ร่างกายของบางคนที่ไม่สามารถย่อยโปรตีนที่มีมากในนมวัวได้ หากรับประทานเข้าไปก็จะก่อให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ และอาการในลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กทารกจนถึงเด็กโต ดังนั้นถ้าหากผู้ปกครองที่สังเกตว่าลูกของคุณอาจมีอาการแพ้นมวัวควรหยุดการให้รับประทานทันที ทั้งนี้นอกจากนมวัวแล้ว อาหารที่มีส่วนผสมมาจากนมวัวก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน
  2. ไข่ ผู้ที่มีอาการแพ้นมวัวมักจะมีอาการแพ้ไข่ร่วมด้วยเช่นกัน เพราะในไข่ขาวนั้นมีโปรตีนในปริมาณมาก อาหารหลายชนิดที่มีการนำไข่ไปใช้เป็นส่วนผสมของการทำอาหาร ดังนั้นผู้ที่ทราบว่าตนเองมีอาการแพ้ ก่อนจะรับประทานอาหารชนิดใดควรดูให้แน่ชัดว่าไม่มีส่วนผสมของไข่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในขนมหวานแทบจะทุกชนิดที่มีการใช้ไข่เป็นส่วนผสมในการทำขนม
  3. ถั่วลิสง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการแพ้ถั่วหรือธัญพืชต่าง ๆมักจะเป็นชาวต่างชาติ ในส่วนของคนไทยนั้นน้อยคนนักที่จะมีอาการแพ้ถั่ว และทางการแพทย์ก็มีการพิสูจน์ออกมาแล้วว่าผู้ที่มีอาการแพ้ถั่ว และธัญพืชชนิดต่าง ๆไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และเมื่อผู้ที่แพ้รับประทานเข้าไปนั้นจะทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าอาหารชนิดอื่น ๆ
  4. แป้งสาลี ก็เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีคนที่เกิดอาการแพ้จากแป้งสาลีเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้นั้นมากจากโปรตีนกลูเตน (Gluten) ที่อยู่ในแป้งสาลีนั่นเอง และยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่มีโปรตีนกลูเตนเป็นส่วนผสม ผู้ที่มีอาการแพ้จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแป้งสาลี ควรหันมารับประทานอาหารที่ปลอดสารกลูเตนจะทำให้ปลอดภัยต่อการเกิดอาการแพ้มากกว่า
  5. อาหารทะเล พบได้มากในคนทั่วไปที่มีอาการของการแพ้อาหารทะเล โดยผู้ที่มีอาการแพ้อาหารทะเลนั้น มักจะมีอาการที่รุนแรงเมื่อรับประทานเข้าไป ส่วนมากมักจะเป็นอาหารทะเลจำพวก กุ้ง ปู หอย ดังนั้นผู้ที่ทราบว่าตนเองมีอาการแพ้อาหารทะเลเป็นไปได้ควรที่จะหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่คุ้มค่าเลยกับการที่คุณต้องเสี่ยงชีวิตกับการรับประทานอาหาร หันมาเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายของเราจะทำให้เกิดประโยชน์มากกว่า

 

ขอขอบคุณ  หวยออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

มารู้จักผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ที่ไม่มีชื่อลงท้ายเบอร์รี่กันเถอะ

อยากที่เรารู้กันดีว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีมากมายหลายสายพันธุ์และแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ทั้งนั้นทั้งช่วยในการดูแลผิวพรรณ บำรุงสมองรวมถึงต้านการเกิดโรคมะเร็งและช่วยในเรื่องของคำจำดี บำรุงสายตาและยังมีประโยชน์ต่างๆอีกมากมาย ซึ่งหากเรารวบรวมผลไม้ตระกูลเบอร์รีออกมาแบ่งออกมาได้ถึง 9 ชนิดด้วยกัน หลายคนอาจจะเข้าใจว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่น่าจะต้องลงท้ายด้วยคำว่าเบอร์รี่ทั้งหมด เช่น สตรอเบอร์รี่  แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังมีอีกหลายชนิดที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยเบอร์รี่ด้วย

วันนี้เราจึงมาแนะนำให้รู้จักกันว่ามีผลไม้อะไรที่อยู่ในตระกูลเบอร์รี่ที่ไม่มีชื่อลงท้ายว่าเบอร์รี่ และผลไม้เหล่านั้นมีประโยชน์ยังไงได้บ้าง

  1. Blackcurrant   สำหรับผลไม้ที่เราเรียกชื่อว่า แบล็คเคอร์แรนท์นั้น จะมีผลไม้ที่นิยมปลูกันมากในแถบทวีปยุโรปกลางและเหนือ โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า RIbes nigrum ซึ่งแบล็คเคอร์แรนท์ จะมีลักษณะเป็นลูกกลมๆเม็ดเล็กๆ ตัวผลของแบล็คเคอร์แรนท์มีลักษณะผิวเรียบเกลี้ยงโดยในส่วนปลายจะมีจุกของก้านติดต่อนิดนิด  และหากเราผ่าเข้าไปดูเมล็ดที่อยู่ด้านในจะเห็นว่าเมล็ดจะเป็นรูปทรงรี ส่วนรสชาติไม่ต้องพูดถึงเพราะจะมีรสเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วจะรู้สึกชื่นใจเป็นอย่างมากเพราะเนื้อจะมีความนฉ่ำน้ำมากๆที่สำคัญมีประโยชน์กับร่างกายมากเพราะช่วยป้องกันเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ แถมยังช่วยบำรุงเลือด บำรุงระบบประสาท และยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งจากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ทำให้ แบล็คเคอร์แรนท์ถูกยกย่องให้เป็นที่สุดของผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ 
  2. Grape  หรือองุ่นที่คนไทยนิยมหาซื้อมารับประทานกันเป็นอย่างมาก องุ่นถือเป็นผลไม้ที่สามารถหาซื้อกินได้ทุกฤดูกาล องุ่นถือว่าเป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลเบอร์รี่ด้วยเหมือนกัน สำหรับสรรพคุณขององุ่นนั้นสามารถให้ประโยชน์กับร่างกายมากมาย ทั้งเรื่องมีสารที่ช่วยต้านเกี่ยวกับมะเร็ง  สารที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูง หรือแม้แต่มีการสร้างสารลดไขมันในเลือด เราสามารถกินองุ่นเพื่อช่วยให้เสริมสร้างหัวใจให้แข็งแรง และยังช่วยบำรุงสมอง บำรุงกำลังหากร่างกายอ่อนเพลีย ที่สำคัญสามารถแก้การหิวน้ำได้ด้วย จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นิยมซื้อองุ่นไปเยี่ยมคนป่วยเพราะในองุ่นสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและองุ่นยังสามารถซ่อมแซมร่างกายที่สึกเหรอได้ กินองุ่นแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่นดังนั้นองุ่นจึงเป็นที่นิยมกินทั่วโลก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  relx pod น้ำยา

แช่น้ำอุ่น หรือน้ำเย็นดี หาก ปวดเท้า-ปวดขา เนื่องจากว่าเดิน-ยืนนานๆ

ขณะใดก็ตามที่พวกเรามีกิจกรรมที่จะต้องเดิน หรือยืนนานๆ ตัวอย่างเช่น เดินเล่นในบ้านนอก หรือต่างแดน และยังรวมไปถึงการเดินหรือวิ่งเพื่อการบริหารร่างกายสำหรับมือใหม่ที่อาจจะเป็นผลให้รู้สึกเจ็บปวดเมื่อยล้ากระทั่งทรมาทรกรรม หลายท่านก็เลยมักเดินเข้าห้องสุขา เปิดน้ำอุ่น แล้วแช่เท้าแช่ขาในอ่างน้ำอย่างมีความสุข ในความเป็นจริงแล้วถ้าเกิดมีลักษณะอาการเมื่อยขา แล้วก็เท้าหลังจากเดิน หรือยืนนานๆ อย่างงี้ พวกเราควรจะแช่น้ำอุ่นหรือไม่นะ ?

บางทีอาจจะฟังมองแปลกไปสักนิด แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วถ้ามีลักษณะอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวกล้ามเท้า แล้วก็ขาจากการเดิน หรือยืนนานๆ มาทั้งวัน ควรจะแช่เท้า รวมทั้งขาในน้ำเย็น เพราะเหตุว่าน้ำเย็นจะช่วยทำให้เส้นโลหิตหดตัว ช่วยลดสารที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบ ก็เลยทำให้ลักษณะของการปวดบวมจากการอักเสบของกล้ามลดน้อยลงได้

ถ้าเกิดสงสัยว่าเพราะเหตุใดถึงใช้น้ำเย็น ทดลองดูพลาสเตอร์ปิดเท้า ปิดขาที่ขายอยู่ตามตลาดได้ มักเป็นแผ่นติดที่มีฤทธิ์เย็น เพราะว่าจะมีคุณลักษณะช่วยลดการอักเสบปวดบวมของกล้ามได้ดิบได้ดีนั่นเอง

แล้วพวกเราควรจะแช่เท้าในน้ำอุ่นตอนไหน ?
การแช่เท้าในน้ำอุ่นเป็นประโยชน์ในด้านของการคลายเครียด นอนง่าย ด้วยเหตุว่าน้ำอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเกิดต้องการบรรเทาเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจนอนให้สบายในช่วงกลางคืน ทดลองแช่เท้าในน้ำอุ่นราว 36-38 องศาเซลเซียส ตรงเวลา 10-15 นาที ถูเท้าให้แห้ง หรือบางทีก็อาจจะทาครีมบำรุงสำหรับเท้าด้วย จะช่วยทำให้พวกเรารู้สึกบรรเทามากยิ่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ข้อควรระวังสำหรับเพื่อการแช่เท้าในน้ำ
– ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุ่น หรือน้ำเย็น ควรรอบคอบในเรื่องของความสะอาดของน้ำที่จะแช่เท้าด้วย

– สังเกตดูให้ดีก่อนว่าเท้ารวมทั้งขาที่จะสัมผัสกับน้ำมีผิวหนังส่วนไหนที่มีรอยแผลหรือเปล่า หากมี ยังไม่สมควรแช่น้ำ บางทีอาจใช้แนวทางประคบเย็น หรือร้อนแทนไปก่อน เพื่อคุ้มครองป้องกันแผลเปื่อยยุ่ย หรือแผลติดโรค

– อย่าผสมอะไรลงไปในน้ำไม่ดูตาม้าตาเรือ รวมทั้งน้ำมันหอมระเหยที่ไม่คุ้นเคย บางทีอาจเกิดอาการแพ้ได้

– คนเจ็บโรคเบาหวานไม่สมควรแช่เท้าในน้ำ เพราะว่าอาจมีประสาทรับความรู้สึกช้าจนถึงทำให้ไม่รอบคอบเรื่องของอุณหภูมิของน้ำที่สมควร แล้วก็อาจมีแผลที่ผิวหนังที่ผู้เจ็บไข้ไม่เคยทราบ

– ไม่สมควรแช่เท้าในน้ำร่วมกับคนอื่นๆ บางทีอาจเสี่ยงติดเชื้อได้

กาแฟ ดื่มไม่เกินวันละกี่แก้วถึงจะดีต่อสุขภาพ

กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่วัยเรียน วัยทำงาน จนถึงวัยสูงอายุนิยมดื่มกัน เพราะวัยต่างๆ เหล่านี้มักพักผ่อนไม่เพียงพอและง่วงนอนเสมอกเมื่อตอนตื่นรวมถึงระหว่างวัน จึงจำเป็นต้องพึ่งพากาแฟ เป็นเพื่อนยามยากคอยปลุกให้ตื่น แต่เมื่อเราทานกาแฟมาเป็นระยะเวลานานจะเริ่มรู้สึกว่าแก้วเดียวต่อวันมันคงไม่พอจะทำให้ตื่นซะแล้ว ขยับไปเป็น 2 แก้ว ไปเรื่อยๆ ก็เป็น 3 แก้ว หรือมากกว่านี้ จนบางทีก็รู้สึกว่าเท่าไหร่ถึงจะพอ แล้วเท่าไหร่ถึงจะไม่ทำร้ายสุขภาพ เพราะบางครั้งเราก็อาจจะกินมากเกินไปจนตาค้างและระวังช็อค และกลายเป็นผู้เสพติดคาเฟอีน วันนี้เรามีคำแนะนำว่าไม่ควรดื่มกาแฟเกินวันละกี่แก้วมาบอกกัน

ไม่ควรดื่ม “กาแฟ” เกินวันละกี่แก้ว?
จากผลงานวิจัยเชิงสถิติจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย ได้อธิบายไว้ว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 6 แก้วต่อวัน จะยิ่งทำให้เรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยได้ระบุและชี้แจงไว้เพิ่มเติมว่า การดื่มกาแฟที่ปริมาณ 6 แก้วต่อวัน เป็นปริมาณของกาแฟที่เริ่มก่อผลเสียต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือด”

ทั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผลงานวิจัยนั้นสามารถนำมาใช้ได้กับคนทั่วโลก 100% เพราะข้อมูลจากการศึกษานี้ได้ข้อมูลและทำการศึกษาจากคนยุโรป ซึ่งมีสภาพร่างกายแตกต่างจากคนเอเชีย ปริมาณกาแฟที่จะก่อผลเสียในคนเอเชียนี้จึงน่าจะต่างจากนี้ได้บ้าง

งานวิจัยญี่ปุ่นระบุว่า คนเราไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 5 แก้ว
จากผลการศึกษาที่ได้จากงานวิจัยญี่ปุ่นพบว่ามีความสอดคล้องกับผลงานของมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย โดยในงานวิจัยระบุว่า การดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 5 แก้วจะช่วยลดอัตราตายจากโรคร้ายแรงต่างๆ โดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าดื่มมากกว่า 5 แก้วต่อวันกลับจะพบผลเสียต่อสุขภาพได้

จึงสามารถทำการสรุปได้ว่า ในหมู่คนไทยนั้นไม่ควรดื่มกาแฟ เกินวันละ 3-4 แก้วต่อวัน จึงจะดีและไม่ทำร้ายสุขภาพ เพราะถึงแม้ในบางคนจะมีพื้นฐานร่างกายที่สามารถทนทานต่อการออกฤทธิ์ของคาเฟอีนได้ แต่อย่างไรการดื่มกาแฟมาเกินไปก็ส่งผลร้ายต่อสุขภาพอยู่ดี นอกจากนี้ยังเสี่ยงทำให้เราเสพติดคาเฟอีนแบบไม่รู้ตัว และทำให้ฟันมีคราบเฟลือง

โรคท้าวแสนปม ไม่ใช่โรคติดต่อ

สถาบันโรคผิวหนัง เผยว่า โรคท้าวแสนปมสามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้เท่านั้น ไม่ใช่โรคติดต่อแบบที่ทุกคนเข้าใจ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ

สาเหตุของโรคท้าวแสนปม
โรคท้าวแสนปมเป็นผลมาจากมิวเทชันหรือการกลายพันธุ์ในยีน เมื่อยีนส์กลายพันธุ์จะทำให้เกิดความผิดปกติของโปรตีนที่ควบคุมเนื้อเยื่อเส้นประสาท ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อตามแนวเส้นประสาท และไปกดทับเส้นประสาท จะทำให้เกิดอาการเจ็บ อีกทั้งยังตอบสนองต่อการสัมผัส หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้เร็ว โรคท้าวแสนปมสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อย่างเด่นชัด ถ้าผู้ป่วยมีลูก ลูกเสี่ยงที่จะเป็นโรคเท้าแสนปมได้ถึง 50% นอกจากนี้ยังสามารถพบได้จากความผิดปกติของยีนในร่างกาย ซึ่งไม่ได้รับมาจากบิดามารดาโดยตรงถึงร้อยละ 50 ของผู้ป่วยทั้งหมด

การรักษาโรคท้าวแสนปม
ปัจจุบันการรักษาโรคท้าวแสนปมยังไม่มีวิธีที่เห็นผลดีขนาดนั้น ส่วนมากจะรักษาตามอาการและทำการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งนี้อาจจะทำการตรวจทางจักษุวิทยา ตรวจคัดกรองมะเร็ง และการตรวจวัดความดันโลหิตทุกปี สำหรับก้อนเนื้อตามผิวหนังหากเป็นก้อนเดี่ยวหรือมีจำนวนไม่มาก ถ้าหากอยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดออก แต่ถึงแม้ตัดออกก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีก
อย่างไรก็ตามโรคท้าวแสนปมไม่ใช่โรคติดต่อ โปรดเห็นใจผู้ป่วยและอย่ารังเกียจ เพราะผู้ป่วยต้องการกำลังใจเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

SERGISผลิตภัณฑ์ที่คู่ควรกับตับ

มะเร็งตับอ่อน

ตับอ่อนถือเป็นภัยใกล้ตัวที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในยุคสมัยนี้ แต่แม้จะไม่ได้พบได้บ่อยนักในประเทศไทย แต่จำนวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนก็มีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกๆปี ขณะที่องค์การอนามัยโลก รายงานว่ามะเร็งตับอ่อนนั้นเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 7 ของการเสียชีวิตทั่วโลก มะเร็งตับอ่อนถือเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงชนิดหนึ่งเนื่องจากมะเร็งชนิดนี้สามารถตรวจพบได้ยากและอาการแรกเริ่มไม่ค่อยผิดสังเกตเท่าไหร่

บางครั้งผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับอ่อน มีเพียงแค่อาการปวดท้อง ท้องเสีย เบื่ออาหาร เท่านั้น หรือบางกรณีก็ไม่มีอาการแสดงออกมาเลย ส่วนมากมักตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพและแพทย์ได้ทำการเช็คค่าต่างๆโดยละเอียดจากผลการตรวจเลือด และฟิมล์เอกซเรย์ ซึ่งสาเหตุของโรค ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน

เบื้องต้นทางงานวิจัยได้พบว่ามาจากการสูบบุหรี่เป็นประจำ และรับประทานอาการที่มีไขมันสัตว์ในปริมาณสูง ซึ่งจะมีแนวโน้มในการเป็นมะเร็งตับอ่อนสูงมาก รวมไปถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคได้ และผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับตับอ่อน ไม่ว่าจะเป็นตับอ่อนอักเสบระยะเฉียบพลันหรือเรื้อรัง และผู้ป่วยที่มีถุงนำ้ในตับอ่อน

โดยการรักษาของโรคนี้ส่วนใหญ่จะต้องได้รับการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกก่อนอันดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนมะเร็งแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น แต่ก็ทำได้เฉพาะในกรณีที่ตรวจพบเร็วและยังมีขนาดที่ไม่กระทบร้ายแรงกับอวัยวะส่วนอื่น แต่ก็เป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากระยะแรกมักจะไม่มีอาการให้สังเกตุ จึงกว่าจะพบเข้าผู้ป่วยก็มีระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดได้แล้ว ดังนั้นเราควรจะหมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกปี หากมีอาการที่รู้สึกว่าผิดปกติต่อร่างกายของควรก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะเป็นเรื่องสุขภาพของเรา ชีวิตของเรามีเพียงหนึ่ง จึงไม่ควรประมาทเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากจะตรวจสุขภาพและออกกำลังกายแล้ว เรายังสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ SERGIS มาทานเพื่อบำรุงตับได้อีกด้วย